อย่าแชร์ พุทธพจน์ปลอม พระพุทธเจ้าไม่เคยตรัส “โรคระบาดเป็นไปตามกรรม”

ตามที่มีการแชร์ข้อความนี้

พระพุทธเจ้ากล่าวกับพระอานนท์ ช่วงที่เกิดโรคห่าระบาด ในขณะที่พระองค์ไปปฐมพยาบาลพระที่ป่วย พระอานนท์ถามพระองค์ว่า “ไม่กลัวติดเชื้อหรือ?” พระองค์กล่าวว่า “อานนท์ ถ้าไม่ใช่กรรมที่เราทำมาเราก็จะไม่ได้รับกรรมนั้นแต่ถ้าเราทำมา หนีอย่างไรก็หนีไม่พ้น”

Loading...

ข้อความดังกล่าวไม่ใช่พุทธพจน์และอาจทำให้คนยุคใหม่ดูแคลนพระพุทธคุณเป็นที่ติฉินนินทา หรือถกเถียงกันต่อๆไปว่าแม้แต่โรคภัยไข้เจ็บพระพุทธเจ้าก็ยกให้เป็นเรื่องของกรรมหมดเลยหรือ

แท้จริงแล้ว ข้อความดังกล่าวเป็นการกล่าวตู่พระพุทธเจ้าโดยอิงมาจากพระไตรปิฎกเล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎกเล่มที่ ๕มหาวรรค ภาค ๒ เรื่องพระอาพาธโรคท้องร่วง

[๑๖๖] ก็โดยสมัยนั้นแล

ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธเป็นโรคท้องร่วง ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาค โดยมีท่านพระอานนท์เป็นปัจฉาสมณะ เสด็จพระพุทธดำเนินไปตามเสนาสนะ ได้เข้าไปทางที่อยู่ของภิกษุรูปนั้น และทอดพระเนตรเห็นภิกษุรูปนั้น นอนจมกองมูตรกองคูถของตนอยู่ ครั้นแล้ว พระองค์จึงเสด็จเข้าไปใกล้ภิกษุรูปนั้น กับทั้งตรัสถามว่า

“เธออาพาธเป็นโรคอะไรภิกษุ?”

“ข้าพระพุทธเจ้าอาพาธเป็นโรคท้องร่วง พระพุทธเจ้าข้า”

“เธอมีผู้พยาบาลไหมเล่า ภิกษุ?”

“ไม่มี พระพุทธเจ้า”

“เพราะเหตุไร ภิกษุทั้งหลายจึงไม่พยาบาลเธอ?”

“เพราะข้าพระพุทธเจ้ามิได้ทำอุปการะแก่ภิกษุทั้งหลาย

ฉะนั้น ภิกษุทั้งหลายจึงไม่พยาบาลข้าพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าข้า”พระผู้มีพระภาคจึงรับสั่งกะพระอานนท์ว่า

“อานนท์ เธอไปตักน้ำมา เราจักสรงน้ำภิกษุรูปนี้”

ท่านพระอานนท์ทูลรับสนองพระพุทธบัญชาว่า

“พระพุทธเจ้าข้า” แล้วตักน้ำมาถวาย

พระผู้มีพระภาคทรงรดน้ำ ท่านพระอานนท์ขัดสีพระผู้มีพระภาคทรงยกศีรษะท่านพระอานนท์ยกเท้าแล้ววางบนเตียง ฯ

ใจความโดยรวมมีอยู่ประมาณนี้ จากนั้นพระพุทธเจ้าก็ทรงบัญญัติวินัย เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อเพื่อนภิกษุผู้อาพาธ ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับกรรมอันใดเลย หากจะมีที่พระองค์ตรัสไว้เกี่ยวกับการหนีกรรมไม่พ้น ก็ต้องดูจากหลักแหล่งอื่นอย่างพระธรรมบท เช่น ภิกษุทั้งหลาย แม้ในที่ทั้งหลาย มีอากาศเป็นต้น ประเทศแม้สักส่วนหนึ่งที่บุคคลอยู่แล้ว พึงพ้นจากกรรมชั่วได้ ไม่มี

ในอาพาธสูตร

พระพุทธเจ้าตรัสเกี่ยวกับเหตุของการป่วยไข้ไว้หลายประการ เช่น โรคที่เกิดจากการเปลี่ยนฤดู ร้อนจัด เย็นจัด โรคที่เกิดจากการไม่บริหารร่างกายให้เหมาะสม หรือการงานหนักไป จากนั้นสุดท้ายจึงตรัสว่า วิบากของกรรมที่มีกำลัง ก็มีสิทธิ์ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บบางอย่างได้ (เหมือนโรคลึกลับสำหรับบางคนที่หากี่หมอก็ไม่อาจพบสาเหตุ) ไม่มีที่ไหนเลย ที่ตรัสว่า โรคห่าหรือโรคระบาดเกิดจากกรรม และถึงไม่มีกรรม แต่เอาตัวไปโดนโรค อย่างไรก็ติดโรค

อนึ่ง การทำร้ายพระพุทธเจ้าด้วยการกล่าวตู่ เป็นไปได้สองประการ ดังที่พระองค์ตรัสไว้
ในอังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต คือ คน ๒ จำพวกนี้ย่อมกล่าวตู่ตถาคต สองจำพวกเป็นไฉน คือ คนเจ้าโทสะซึ่งมีโทษอยู่ภายในหนึ่ง คนที่เชื่อโดยถือผิดหนึ่ง

Loading...

แน่นอน ผู้ถือผิดตามย่อมไม่เจตนา ไม่กล่าวว่าเป็นกรรมร้าย ได้ชื่อว่าหลงกล่าวตู่ตามเท่านั้น
แต่ผู้เจตนาบิดเบือนย่อมได้ชื่อว่าก่อกรรม ชักชวนให้ผู้อื่นหลงเชื่อตามตนแล้ว หากผลแห่งกรรมมีจริง ก็คงน่ากลัวพอใช้ เพราะบัดนี้มีผู้เชื่อตาม และหลงเข้าใจว่าเป็นพุทธพจน์ไปเป็นจำนวนไม่น้อยแล้ว…

ตามที่มีการแชร์ข้อความนี้พระพุทธเจ้ากล่าวกับพระอานนท์ช่วงที่เกิดโรคห่าระบาดในขณะที่พระองค์ไปปฐมพยาบาลพระที่ป่วยพระอ…

โพสต์โดย Dungtrin เมื่อ วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2020

ขอบคุณแหล่งที่มา dungtrin