Connection จำเป็นและสำคัญกับคนทำงานอย่างไร

ในแวดวงการทำงาน คนทำงานมักจะได้ยินอยู่บ่อย ๆ เกี่ยวกับคอนเนกชัน หลายคนทราบดีว่ามันสำคัญมากสำหรับการทำงาน และรู้ดีว่าจำเป็นต้องมี เพราะคอนเนกชันเปรียบเสมือนเครื่องมือที่ช่วยทุ่นแรงให้กับคนทำงาน มันสามารถช่วยให้สิ่งที่เราต้องการเกิดขึ้นได้ง่ายเพียงพริบตา ลัดขั้นตอนที่ยุ่งยากและเสียเวลาลงไปได้เยอะ หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นทางลัดที่ทำให้การทำงานถึงเป้าหมายที่ต้องการได้เร็วขึ้น

แต่ก็มีคนอีกไม่น้อยที่มองเรื่องประโยชน์ของคอนเนกชันในแง่ลบมากเกินไป จริงอยู่ที่มันเป็นทางลัดที่ทำให้เรื่องยุ่ง ๆ ง่ายขึ้น แต่ตราบใดที่เราไม่ได้ใช้ในทางที่ผิด หรือมีคนอื่นเสียหาย ดังนั้น จึงไม่อยากให้มองว่าคอนเนกชันเป็นเรื่องของการใช้เส้นสายเพียงอย่างเดียว แต่การทำงานอื่น ๆ เราก็จำเป็นต้องพึ่งคอนเนกชันเพื่อให้การติดต่องานเป็นไปได้ง่ายและสะดวกขึ้น เช่น การหาแหล่งข่าวของคนที่ทำงานในสายสื่อมวลชน การรู้จักคนในหลาย ๆ แวดวงจะช่วยให้พวกเขาหาแหล่งข่าวได้ง่ายขึ้น จากการแนะนำกันมา

Advertisements

การมีคอนเนกชันถือว่าสร้างประโยชน์ให้กับชีวิตเราได้มากมายทีเดียว เป็นทั้งใบเบิกทางและแต้มต่อ โดยคอนเนกชันจะเกิดขึ้นเสมอเมื่อเราออกไปพบปะ ทำความรู้จัก และสานสัมพันธ์กับผู้คน แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคอนเนกชันจะมีประโยชน์ (แต่สักวันมันอาจมีก็ได้) เพราะฉะนั้น จึงอยากเน้นย้ำความสำคัญของคอนเนกชันว่าสำคัญกับคนทำงานอย่างไร

คอนเนกชันคือช่องทาง
ไม่ว่าจะทำงานหรือประกอบอาชีพอะไรก็ตาม ทุกคนล้วนมองหาสิ่งที่เรียกว่า “ช่องทาง” เพื่อที่จะก้าวหน้าและเติบโต เมื่อลงสู่สนามในการทำงานจริง เราอาจจะพอมองเห็นช่องทางต่าง ๆ อยู่บ้างที่คิดว่าจะนำเราไปสู่เป้าหมายได้ ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่มีทางรู้ได้ว่าถ้าเข้าไปแล้วจะโผล่ไปถูกที่ถูกทางหรือเปล่า เราจึงจำเป็นต้องเตรียมหาช่องทางอื่น ๆ สำรองเผื่อไว้ แต่การอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ทำให้เรารู้จักคนอื่น ๆ มากขึ้น เราต้องเดินเข้าไปหาเอง ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าในใจลึก ๆ จะหวังเรื่องผลประโยชน์ แต่จงคบเขาด้วยความจริงใจ ถึงจะได้ใจจริงกลับมา

คือโอกาสให้ถูกพบเจอได้ง่ายขึ้น
อย่างที่บอกว่าการอยู่เฉย ๆ เก็บตัวเงียบ ๆ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีใครมาค้นหาศักยภาพในตัวเราเจอ ในแวดวงการทำงาน ความเชื่อมั่นในฝีมือมาจากการพิสูจน์ความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์ ยิ่งถ้าเรารู้จักคนได้มาก เราย่อมได้พื้นที่ในการพิสูจน์ความสามารถมากขึ้น และยิ่งถ้าคนเหล่านั้นก็มีกลุ่มคนที่พวกเขารู้จักอีกมากมายด้วยเช่นกัน เราเองก็จะมีโอกาสที่จะได้พื้นที่ให้ถูกพบเห็นได้มากขึ้นด้วย ถ้าหากถึงขั้นสร้างเป็นคอนเนกชันระหว่างกันขึ้นมาด้วยแล้วล่ะก็ โอกาสที่เราจะไปได้ไกลกว่าการเก็บตัวอยู่ในที่ของตัวเองก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย

สร้างความราบรื่น
คอนเนกชันก็เหมือนกับการมีมิตรที่ดี ที่สามารถช่วยเหลือแบ่งเบาภาระลงได้มากหากใช้ประโยชน์ให้เป็น เพราะการรู้จักกันมาก่อนหรือมีคนรู้จักคอยประสานงานให้ ทำให้เราสามารถทำอะไรต่ออะไรง่ายขึ้นเยอะ นี่เป็นการพึ่งพาอาศัยกันของคนที่มีคอนเนกชันร่วมกัน การที่เรารู้จักคนหลายคน ทั้งในวงการทำงานเดียวกันและต่างวงการ เราอาจได้ขอความช่วยเหลือกันเมื่อจำเป็นต้องทำงานข้ามสายงาน หรือทำในสิ่งที่เราเริ่มต้นไม่ถูก ชีวิตคงจะดีกว่าถ้าบังเอิญได้รู้จักใครสักคนที่อยู่ในสายงานนั้น หรือใครก็ตามที่พอจะเชื่อมโยงเราเข้าไปหาคนในแวดวงนั้นได้ แล้วขอความช่วยเหลือ

มีการพึ่งพาอาศัยกัน
เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอยู่บนโลกนี้ อันที่จริงเราอยู่คนเดียวบนโลกนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่ต้องรวมกลุ่มกันเพื่อประโยชน์ในการเอาตัวรอด มีการทำกิจกรรมทางสังคม โดยเกิดมาจากการจับกลุ่ม มีปฏิสัมพันธ์ สานสัมพันธ์ แล้วช่วยเหลือกัน กลายเป็นความผูกพันที่มีเงื่อนไขบางอย่างเป็นพันธะ คอนเนกชันก็เป็นหนึ่งในรูปแบบความสัมพันธ์ที่เราพึ่งพาอาศัยกัน ขอความช่วยเหลือจากคนที่รู้จักเมื่อต้องการและตอบแทนเมื่อมีโอกาส ซึ่งไม่ได้แปลว่าเราเข้าหาใครต่อใครเพราะผลประโยชน์เพียงอย่างเดียว ด้วยต่างฝ่ายต่างอาจมีในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการ ก็ช่วยเหลือพึ่งพากัน

เรื่องของความน่าเชื่อถือ
ในแวดวงของการทำงาน หากเรายังอยู่ในจุดเริ่มต้น อยู่ในที่ที่ยังไม่มีใครรู้จักเรา เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะได้ลูกค้าเข้ามามากมาย เพราะพวกเขาไม่รู้ศักยภาพของเรา แต่ลูกค้าจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นโดยอาศัยการบอกต่อ จะบอกต่อได้ก็แปลว่าผลงานเราโดดเด่น เป็นที่ประทับใจ ถูกใจลูกค้า เมื่อบอกต่อไปเรื่อย ๆ ก็จะช่วยขยายคอนเนกชันออกไปเรื่อย ๆ เริ่มมีลูกค้าใหม่ ๆ เข้ามา กลายเป็นความน่าเชื่อถือของตัวเรา ที่เกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับคอนเนกชันแรก ๆ ซึ่งก็คือลูกค้าเจ้าแรก ๆ ดังนั้น การจะมีคอนเนกชันได้ ก็ต้องอาศัยความสามารถในการสร้างมันขึ้นด้วยเช่นกัน

Loading...