ทำไมเราจึงควรสนใจ Metaverse ให้มากขึ้นในศักราชนี้

เมทาเวิร์ส (Metaverse) กลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงเทคโนโลยีในชั่วข้ามคืนเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา หลังจากที่ มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น Meta และเอ่ยถึงเมทาเวิร์ส ว่าจะเป็นสิ่งที่เขาจะมุ่งมั่นและเดิมพันกับมันต่อจากนี้ เท่ากับปลุกกระแสให้โลกรู้จักเมทาเวิร์สมากขึ้น

ที่ผ่านมาหลาย ๆ คนอาจพอรู้แล้วว่าเมทาเวิร์สคืออะไร เมทาเวิร์สคือชุมชนโลกเสมือนของผู้คนในโลกอินเทอร์เน็ต เป็นโลกอีกโลกหนึ่งที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ดิจิทัล ถูกสร้างขึ้นเสมือนเราได้อาศัยอยู่บนโลกอีกใบหนึ่งจริง ๆ เกิดจากการรวมตัวของโลกแห่งความจริง (AR) และเทคโนโลยีโลกเสมือน (VR) ผสานเข้าด้วยกันแบบเรียลไทม์ด้วย 5G

Advertisements

แม้ว่าในเวลานี้ เมทาเวิร์สจะเริ่มมีบทบาทในการเปลี่ยนโฉมหน้าเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่เมทาเวิร์สยังถือเป็นเทคโนโลยีที่ห่างไกลจากชีวิตประจำวันของคนธรรมดา ๆ มากอยู่ดี มีประชากรโลกจำนวนไม่น้อยที่ไม่อาจเข้าถึงได้ ทำให้ภาพของเมทาเวิร์สนั้นยังไม่ชัดเจนเท่าไรนัก ถึงอย่างนั้นเมทาเวิร์สก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่คิด วันหนึ่งในอนาคต เมทาเวิร์สอาจจะกลายเป็นเรื่องปกติที่ประชากรโลกส่วนใหญ่คุ้นเคย ฉะนั้น ไม่ใช่เรื่องเสียหายที่เราจะสนใจเมทาเวิร์สให้มากขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมในการไปเยือนโลกเสมือน

เป็นช่องทางในการสร้างรายได้
เป็นสิ่งที่เริ่มเห็นเป็นรูปธรรมแล้วตั้งแต่ช่วงปีที่ผ่านมา มีช่องทางการสร้างรายได้จำนวนมากที่อยู่บนออนไลน์ อย่างการขายงานศิลปะในรูป NFT การลงทุนในเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี การซื้อขายของบนออนไลน์ อันที่จริงเหล่าเกมเมอร์ก็เข้าสู่โลกของเมทาเวิร์สอย่างเต็มตัวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการทำเกม NFT หรือจะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในเกมขึ้นมาขายก็ทำเงินได้ นับเป็นช่องทางการหาเงินที่น่าสนใจและจะเติบโตขึ้นชัดเจนกว่านี้ เมื่อโลกเมทาเวิร์สถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์ในอนาคต

เมื่อพูดเงิน อีกสิ่งที่เกี่ยวข้องก็คือ การทำธุรกรรมทางการเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัล เนื่องจากโลกเมทาเวิร์สเป็นพื้นที่ที่ไร้พรมแดน สามารถเชื่อมคนจากทุกมุมโลกเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหนก็เข้ามาใช้งานได้ สามารถมีปฏิสัมพันธ์กันได้มากกว่าที่โซเชียลมีเดียธรรมดา ๆ เคยทำ การทำธุรกรรมด้วยสกุลเงินดิจิทัลจะช่วยลดข้อจำกัดของสกุลเงินในการซื้อขาย คนทั่วโลกสามารถใช้เงินสกุลเงินเดียวกันในการซื้อขายเมื่อเข้ามาอยู่ในโลกเมทาเวิร์ส

ประโยชน์จากการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ
ณ เวลานี้ บริษัทยักษ์ใหญ่หลาย ๆ แห่งทั่วโลกก้าวลงมาสู่สนามเมทาเวิร์สเรียบร้อยแล้ว เพื่อที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ของตนให้ออกมาตอบโจทย์คนที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกเสมือน ขณะเดียวกัน จะมีเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องพัฒนาตามมาอย่างรวดเร็วให้ได้ใช้งาน เพื่อรองรับการขยายตัวของเมทาเวิร์ส ให้โลกเมทาเวิร์สสามารถใช้งานได้จริงอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะเรื่องความเสถียรของฮาร์ดแวร์และอินเทอร์เน็ต ที่จำเป็นต่อการประสานโลกจริงกับโลกเสมือนจริง เมื่อมีการแข่งขันกัน ผู้บริโภคจะได้สิ่งที่ดีและคุ้มค่า แต่คงจะใช้เวลาอีกหลายปีทีเดียวกว่าจะสมบูรณ์

เมทาเวิร์สกับข้อจำกัดด้านระยะทาง
เพราะเมทาเวิร์ส คือชุมชนโลกเสมือนของคนในโลกอินเทอร์เน็ต เป็นพื้นที่ดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้นเสมือนเราได้อาศัยอยู่บนอีกโลกหนึ่ง โดยเกิดจากการผสานกันระหว่างโลกแห่งความจริง (AR) และเทคโนโลยีโลกเสมือน (VR) เข้าไว้ด้วยกันแบบเรียลไทม์ เทคโนโลยีทำให้เราจำลองตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ได้ แม้ว่าร่างกายตัวเป็น ๆ ของเราจะนั่งอยู่กับโซฟาที่บ้าน ดังนั้น เราไม่จำเป็นต้องเดินทาง เราก็สามารถพาตัวเองไปอยู่ที่ไหนก็ได้ที่เมทาเวิร์สรองรับ การเดินทาง หรือระยะทางที่เราเคยเผชิญก็อาจจะไม่มีอีกต่อไป

การมีโลกเสมือนเกิดขึ้นมา ช่วยให้ข้อจำกัดเรื่องการเดินทาง หรือระยะทางไกล ๆ หมดไป เพราะไม่จำเป็นต้องเดินทางไปด้วยตนเอง เมื่อเมทาเวิร์สพัฒนาจนถึงจุดที่ใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้ เช่น ด้านการแพทย์ ผู้ป่วยอาจเข้ารับการผ่าตัดทางไกล ด้านวิศวกรรม สามารถออกคำสั่งจากทางไกลในการปฏิบัติงาน ด้านท่องเที่ยว จำลองการเที่ยวให้ไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ การจัดคอนเสิร์ตเสมือนจริง ด้านอีคอมเมิร์ซ สามารถทดลองใช้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์โดยไม่ต้องไปที่ร้านค้า ด้านไลฟ์สไตล์อื่น ๆ ไปเจอเพื่อน ๆ บนโลกเสมือน

การมาของอาชีพใหม่ ๆ
เมื่อเรามีพื้นที่ใหม่ที่เรียกว่าโลกเสมือนจริง ผู้คนจำนวนไม่น้อยก็จะไปสร้างตัวตนของตนเองบนนั้น และใช้ชีวิตอยู่บนโลกเสมือนเท่าที่จะสามารถใช้ได้ การจะสร้างพื้นที่ดิจิทัลขึ้นมา ผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือคนที่ทำงานด้าน IT พวกคนที่ออกแบบระบบได้ เขียนโปรแกรมเป็น ดูแลระบบ จัดการพื้นที่ดิจิทัลให้ใช้งานอย่างปลอดภัย พวกช่องทางการหารายได้บนโลกดิจิทัลทั้งหมดอาจกลายเป็นธุรกิจ ที่ต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำ คำปรึกษา ไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ บนโลกเสมือนที่จะคล้ายคลึงกับโลกจริง จะมีอาชีพใหม่ ๆ เกิดขึ้น เพื่อสอดรับการใช้ชีวิตบนโลกเสมือน

ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุค New Normal
เป็นเรื่องที่ใครก็ให้คำตอบไม่ได้ว่าเราจะต้องอยู่กับสภาวะโรคระบาดไปอีกนานแค่ไหน ที่บอกว่ามีแนวโน้มดีก็เป็นเพียงการคาดการณ์ จะดีจริงไหม หรือจะดีขึ้นสักแค่ไหน ในขณะที่เรายังต้องใช้ชีวิตกันต่อไป จะเห็นว่าโรคระบาดเร่งให้เราก้าวสู่โลกดิจิทัลกันเร็วขึ้นทั้งที่ไม่เต็มใจ มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิต ทำให้พฤติกรรมบนออนไลน์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจนเข้าปีที่ 3 เรียบร้อยแล้ว มีการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดด New Normal ไม่ใช่ชีวิตวิถีใหม่ แต่กลายมาเป็นวิถีชีวิตที่เราเคยชินแล้วต่างหากในปี 2022

นั่นหมายความว่าอนาคตต่อจากนี้ ต่อให้วิกฤติโรคระบาดจะหมดไป แต่พฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบ New Normal จะยังคงอยู่ เราจะยังคงช้อปปิ้งผ่านทางออนไลน์ เราจะยังคงประชุมผ่านหน้าจอและแอปพลิเคชัน เราอาจจะยังคง Work form Home อย่างน้อย 1 วันทำงานต่อสัปดาห์ เราจะใช้สกุลเงินดิจิทัลในการทำธุรกรรม หรือพฤติกรรมอื่น ๆ เทคโนโลยีก็จะมีการพัฒนาเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งเมทาเวิร์สก็คือหนึ่งในนั้น สถานการณ์โรคระบาดส่งเสริมให้มนุษย์ควรรู้จักโลกเสมือน เพื่อเตรียมก้าวเข้าไปใช้ประโยชน์อย่างจริงจังกว่านี้ในอนาคต

Loading...