ถอดบทเรียน ราคาแพงที่อิตาลี ที่ต้องจ่ายให้ โคโรน่า ไ ว ร ัส

ทวิตเตอร์ของ วาเลโร คาปราโร (@ValerioCapraro) อาจารย์ชาวอิตาลีและนักวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมิดเดิลเซ็กซ์ (Middlesex University London) ออกมาบอกถึง ‘บทเรียน’ ราคาแพงที่ประเทศอิตาลีต้องจ่ายภายหลังการระบาดของโคโรน่าไวรัส ดังนี้

1. ช่วงสองสัปดาห์แรก มีการปิดเมืองแค่ 11 เมืองเท่านั้น ตอนนั้นยังมีผู้เสียชีวิตไม่เยอะมาก นักการเมืองและนักระบาดวิทยายังเถียงกันอยู่ทางโทรทัศน์เลยว่ามันเป็นแค่ไข้หวัดใหญ่หรือเปล่า

2. จนพ้นสองสัปดาห์แรก ก็เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าไวรัสระบาดไปทั่วรัฐแถบทางเหนือของอิตาลี ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งแตะ 50 รายต่อวัน นักการเมืองชาวอิตาลีพยายามปิดแคว้นลอมบาร์เดียกับบางเมืองบริเวณนั้น แต่ฝั่งอนุรักษนิยมมีไอเดียแสนปราดเปรื่องด้วยการขยายข่าวนี้ให้สื่อมวลชนรับรู้ ประชาชนในเขตนั้นเลยตื่นตระหนก และพยายามออกจากแคว้นลอมบาร์เดียก่อนที่มันจะกลายเป็นเขตอันตราย

3. แค่สามวันหลังจากนั้น ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นจาก 50 รายเป็น 200 รายต่อวัน มีบางรายที่เสียชีวิตนอกจากพื้นที่เฝ้าระวัง จูเซปเป กอนเต นายกรัฐมนตรีประกาศฉุกเฉินว่าจะปิดอิตาลีทั้งประเทศ

4. สัปดาห์ที่สี่ ระบบสาธารณสุขในอิตาลีตอนเหนือล้มตัวลง ในเมืองแบร์กาโม คุณต้องรอรถฉุกเฉินนานเจ็ดชั่วโมง และ 87 เปอร์เซ็นต์ของผู้เสียชีวิตนั้นตายที่บ้านเพราะไปยังโรงพยาบาลไม่ทัน แต่โรงพยาบาลก็แน่นเกินไป ไม่มีพื้นที่แม้กระทั่งสำหรับคนที่ตายแล้วด้วยซ้ำ นี่ไม่ได้พูดเกินจริงนะ กองทัพต้องเอารถถังมารับศพคนตายออกไป

5. ในช่วงนั้น หลายๆ คนในอิตาลีตอนใต้เริ่มป่วย ตอนนี้มีสถิติออกมายืนยันแล้วว่า คนเหล่านี้คือประชากรและญาติๆ ของพวกเขา ที่เดินทางออกมาจากลอมบาร์เดียก่อนมีการปิดเมืองเมื่อสองสัปดาห์ก่อน

Loading...

6. ตอนนี้ครบหนึ่งเดือนแล้ว เรามีสถิติผู้เสียชีวิตที่ 627 ราย เมื่อวานเรามี 487 ราย อีกอย่างนะ: ซูเปอร์มาเก็ตแห่งหนึ่งต้องปิดทั้งตึกเพราะพนักงานล้มป่วย ซึ่งมันย่ำแย่มากหากมองในภาพกว้าง เพราะมันหมายความว่าเรากำลังไม่มีอาหาร มันชัดแล้วว่านี่ไม่ใช่แค่ไข้หวัดใหญ่ อยู่ที่บ้าน อย่าปล่อยให้ไวรัสระบาดต่อไปอีก การเสียสละเล็กๆ น้อยๆ ในวันนี้จะทำผลประโยชน์อันใหญ่หลวงมาให้ในภายภาคหน้านะ

หากจะสรุปบทเรียนจากอิตาลีผ่านทวีตของอาจารย์ วาเลโร คาปราโร ที่ควรนำมาปฏิบัติเพื่อไม่ให้สถานการณ์ลุกลามก็คือ “หยุดการเคลื่อนที่ อยู่บ้าน ก่อนบานปลาย” ซึ่งยิ่งช่วยกันทำเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น

ขอบคุณแหล่งที่มา : thecuratorclub.co