รัชกาลที่ ๓ และรัชกาลที่ ๕

เราทราบกันดีว่า ถ้าเรานับตามฝั่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ จะถือว่าเป็นพระภาติยะ (หลาน คือ ลูกของน้องชาย) ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓

แต่ถ้าเรานับถ้าฝั่งสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี ในรัชกาลที่ ๔ แล้ว พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ จะถือว่าเป็นพระราชปนัดดา (เหลน) ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓

ดังนั้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เป็นทั้งพระภาติยะ (หลาน) และพระราชปนัดดา (เหลน) ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓

ชีวิตนี้แสนยาก…เพราะตัวเราเองหรือเปล่า

เคยรู้สึกไหมว่าทำไม ชีวิตนี้แสนยาก และเคยรู้สึกไหมว่า ที่ชีวิตนั้นยาก เป็นเพราะตัวเราเอง…มาอ่านบทความดีๆ จากท่านปิยสีโลภิกขุกันค่ะ

ในโลกนี้มีใครรับรองได้ว่า ชีวิตจะเป็นไปตามเส้นที่ขีดไว้ และ จะไม่พบเจอเรื่องราวเกินคาดฝัน

เด็กหนุ่มชาวเวียดนามคนหนึ่งวาดฝันไว้ตั้งแต่ยังเล็กว่า สักวันจะต้องมาเหยียบแผ่นดินอังกฤษให้ได้ หลังเรียนจบสถาปัตยกรรมในกรุงฮานอย พ่อแม่ก็ใช้เงินที่เก็บหอมรอมริบมานานกว่าสามสิบปี ส่งให้เขาเรียนต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยคิงสตัน

ปีแรกในอังกฤษผ่านไปด้วยดี เขาเรียนจบหลักสูตรทางภาษาแ ละกำลังเริ่มเรียนปริญญาโท ทุกสิ่งทุกอย่างดูจะเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจเรียนรู้ แผนการศึกษาที่วางไว้คงจะเป็นจริงในไม่ช้า

แต่ในเย็นวันหนึ่ง ระหว่างยืนรอรถไฟที่ชานชาลา กลุ่มนักฟุตบอลเยาวชนข้าง ๆ ก็เล่นผลักกัน ตามประสาวัยรุ่น แรงผลักทำให้หนึ่งในนั้นพลัดตกลงรางรถไฟ และเกี่ยวเอาหนุ่มเวียดนามให้ตกตามไปด้วย เคราะห์หามยามร้ายรถไฟแล่นเข้ามาพอดี

กว่าพ่อแม่ซึ่งอยู่อีกซีกโลกหนึ่งจะรู้ข่าวการเสียชีวิต ก็เป็นระยะเวลากว่าสองวัน คงไม่ต้องบอกว่า หัวใจพ่อแม่จะแตกสลายเพียงใด เมื่อได้ทราบข่าว ภาพถ่ายของเขาอันมีหอคอยลอนดอน และจัตุรัสทราฟัลการ์ที่เขาโปรดปรานเป็นฉากหลัง ทำให้พ่อแม่น้ำตาไหลพรากในยามที่เห็น

ผู้ที่ไม่ได้ใกล้ชิดหรือเป็นสมาชิกในครอบครัว คงพูดได้ไม่ยากว่า ความพลัดพรากเป็นสัจธรรมที่ต้องยอมรับ แต่เมื่อเกิดกับตัว อย่าว่าแต่ยอมรับเลย มีสักกี่รายที่หักห้ามใจไม่ให้โศกเศร้าได้

อุบัติเหตุครั้งนี้ เตือนให้เห็นความไม่แน่นอนของชีวิต แผนการที่วางไว้รอบคอบอาจพังครืนในพริบตา ป่วยการจะถามว่า หากรู้อย่างนี้จะยังเลือกเส้นทางเดิมหรือไม่ เพราะไม่มีใครรู้ได้ว่าเส้นทางที่เลือกจะนำไปสู่อะไร แต่อย่างน้อยเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้ควรให้ฉุกคิด และไม่นิ่งนอนใจในชีวิต

ความผันแปรของชีวิต ทำให้แต่ละขณะมีค่ากว่าที่เราคิด แต่ละวันที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นมีความหมาย เพราะเป็นความจริงที่จับต้องได้และนำพาความสุขมาได้

น้อยคนจะชื่นชมกับชีวิตปัจจุบัน มองทางไหนก็เห็นเรื่องน่าหงุดหงิดรำคาญใจไปเสียหมด แต่ถ้าพิจารณาให้ถี่ถ้วน สิ่งไม่ชอบใจเหล่านั้น เป็นเพียงเรื่องยิบย่อย หากเทียบกับความพลัดพรากสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นเมื่อไรก็ได้

ลองพิจารณาดูว่า อากาศร้อน รถติด คนขับรถปาดหน้า ลูกน้องทำงานไม่ได้ดั่งใจ ความเห็นขัดแย้งกับเพื่อน ฯลฯ เรื่องเหล่านี้สำคัญต่อความสุข ความทุกข์อย่างแท้จริงหรือไม่ หากต้องจากโลกไปในวันนี้ เราจะยังพะวงถึงมันอยู่ไหม

การหมั่นระลึกถึงความเปราะบางในชีวิต ทั้งของตนเองและคนรอบข้างอยู่เสมอ ไม่เพียงจะทำให้ดำรงอยู่กับสัจธรรมเท่านั้น แต่ยังทำให้เห็นคุณค่าของชีวิตมากขึ้นด้วย

ชีวิตนี้อาจประคับประคองลำบาก แต่ตัวการที่ทำให้ชีวิตแสนยากไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากตัวของเราเอง

ปรับใจให้เป็นกลาง เพื่อชีวิตมีสุข

ความโกรธเป็นศัตรูที่คอยขัดขวางไม่ให้เกิดเมตตาขึ้น คนบางคนเป็นผู้มักโกรธ โกรธง่าย และพอโกรธขึ้นมาแล้วก็ต้องทำอะไรรุนแรงออกไป ทำให้เกิดความเสียหาย ถ้าทำอะไรไม่ได้ก็หงุดหงิดทรมานใจตัวเอง ในเวลานั้นความเมตตาจะหลบหาย ไม่รู้ว่าไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ไม่ยอมปรากฏให้เห็น

เราจึงควรรู้ให้เท่าทันจิตเพื่อหยุดความโกรธให้ทันก่อนที่ความโกรธจะเริ่มแสดงออกทางสีหน้า การกระทำ และคำพูดต่อไป บางคนพอโกรธเข้า จากคนดี ๆ ก็กลายเป็นผีบ้า ขี้วีน ขี้เหวี่ยง หรือบางคนก็ยั้งอารมณ์ไม่อยู่ ถึงขั้นลงไม้ลงมือให้อีกฝ่ายบาดเจ็บหรือเสียชีวิตไปเลยก็มี อย่างที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ในข่าว

ดังนั้นความโกรธจึงไม่เป็นผลดีกับใคร นอกจากมีแต่เสียกับเสีย

บทสวดมนต์ที่ขอแนะนำเพื่อใช้รับมือกับความโกรธก็คือ บทแผ่อุเบกขา เพื่อปรับใจของเราให้เป็นกลาง ไม่เอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง ซึ่งจะช่วยขจัดความหงุดหงิดขัดเคืองใจให้เบาบางลงได้

บทแผ่อุเบกขา
กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธุ กัมมะปะฏิสะระณา ยัง กัมมัง กะริสสามะ กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา ตัสสะ ทายาทา ภะวิสสามะ

พวกเราทั้งหลายมีกรรมเป็นของของตน เราเป็นทายาทผู้รับผลแห่งกรรม เราเป็นผู้เกิดมาแต่กรรม เราเป็นเผ่าพันธุ์แห่งกรรม เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราทำกรรมอันใดไว้เป็นบุญหรือบาป เราจะได้รับผลของกรรมนั้นสืบไป

พระคาถาบทที่เลือกมานี้นอกจากจะมีความสั้นกระชับ สามารถท่องจบได้ในเวลาอันรวดเร็วเพื่อดับความโกรธอย่างทันท่วงทีแล้ว ความหมายของบทสวดยังมุ่งเน้นให้เราเข้าใจถึงความเป็นจริงที่ทุกชีวิตไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นั่นก็คือ “สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม” ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถลดละความโกรธที่มีต่อผู้อื่นได้ง่ายขึ้น

อีกหนึ่งคาถาที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือ บทพิจารณาสังขาร (บางส่วน) ซึ่งกล่าวถึงหลักไตรลักษณ์ คืออาการ 3 อย่างที่เป็นธรรมชาติของสรรพสิ่ง ได้แก่ อนิจจัง – ไม่เที่ยง ทุกขัง – เป็นทุกข์ และ อนัตตา – ไม่ใช่ตัวตน ซึ่งพระคาถาทั้งสองบทที่เลือกมานี้คือพระคาถาที่จะเตือนใจเราเรื่องไตรลักษณ์ได้ดี

บทพิจารณาสังขาร (บางส่วน)
สัพเพ สังขารา อะนิจจา

สังขารคือร่างกายจิตใจ แลรูปธรรมนามธรรม ทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่เที่ยง เกิดขึ้นแล้วดับไป มีแล้วหายไป

สัพเพ สังขารา ทุกขา

สังขารคือร่างกายจิตใจ แลรูปธรรมนามธรรม ทั้งหมดทั้งสิ้น เป็นทุกข์ทนยาก เพราะเกิดขึ้นแล้วแก่ เจ็บ ตายไป

สัพเพ ธัมมา อะนัตตา

สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ทั้งที่เป็นสังขาร แลมิใช่สังขาร ทั้งหมดทั้งสิ้น ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน ไม่ควรถือว่าเรา ว่าของเรา ว่าตัวของเรา

อะธุวัง ชีวิตัง

ชีวิตเป็นของไม่ยั่งยืน

ธุวัง มะระณัง

ความตายเป็นของยั่งยืน

อะวัสสัง มะยา มะริตัพพัง

อันเราจะพึงตายเป็นแท้

มะระณะปะริโยสานัง เม ชีวิตัง

ชีวิตของเรา มีความตายเป็นที่สุด

ชีวิตัง เม อะนิยะตัง วะตะ

ชีวิตของเราเป็นของไม่เที่ยง ควรที่จะสังเวช

วิธีใช้ เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มรู้สึกโกรธ หากทำได้ เราควรจะเดินออกจากสถาการณ์นั้นก่อน แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ จำเป็นต้องอยู่ในสถานการณ์นั้นต่อไป ให้ลองสวดพระคาถาที่แนะนำนี้ เพื่อดึงใจของเราออกจากเรื่องที่โกรธ และเรียกสติ สร้างปัญญาให้ตัวเอง อารมณ์โกรธที่มีก็จะค่อย ๆ ผ่อนลงและอาจกลายเป็นศูนย์ก็เป็นได้

โปรดเกล้าฯ ให้จัดทำประวัติเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำประวัติเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี โดยพระบรมราชานุญาต ให้เผยแพร่ลงในเว็บไซต์ ของหน่วยราชการในพระองค์ ดังนี้

เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ.2562 เกิดวันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2528 จ.น่าน จบการศึกษาระดับประถมศึกษา ที่โรงเรียนราชปิโยรสา ยุพราชานุสรณ์ (ริม-ป่าคาประชานุเคราะห์) ต.ท่าวังผม อ.ท่าวังผา จ.น่าน ระดับมัธยมศึกษา ที่โรงเรียนท่าวังผาพิทยาคม ต.ท่าวังผา อ.ท่าวังผา จ.น่าน โดยในปี พ.ศ.2551 สำเร็จการศึกษาระดับชั้นปริญญาตรี พยาบาลศาสตร์บัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก รุ่นที่ 41 ปี พ.ศ.2551

วันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาท่านผู้หญิงสินีนาฏ ขึ้นเป็น เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี

วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2562 เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เป็นการปฏิบัติภารกิจครั้งแรกภายหลังสถาปนาเป็นเจ้าคุณพระ

วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี เป็นรองประธานที่ปรึกษาโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี ด้วยหัวใจ[

คู่ชีวิตที่ดีมีความหมายมากขนาดไหน

ความหมายของคู่ชีวิตที่ดี

ต้องถามไถ่ ไม่ใช่ ซักถาม

ต้องออกจากใจ ไม่ใช่ ออกคำสั่ง

ต้องเข้าใจ ไม่ใช่ ตามใจ

ต้องประคับประคอง ไม่ใช่ ครอบครอง

ต้องแบ่งปัน ไม่ใช่ กีดกัน

ต้องจำได้ ไม่ใช่ ฝืนจำ

ต้องเรียกหา ไม่ใช่ เรียกร้อง

กว่าจะมาพบกันได้ ไม่ง่ายเลย

กว่าจะตกลงปลงใจ ยิ่งแทบเป็นไปไม่ได้

ฉะนั้น จงถนอมกันไว้ ให้มาก

คำ…“อธิบาย”

ชอบเอามาใช้ในวันที่ไร้ประโยชน์

คำ…“ขอโทษ”

ชอบมาบอกในวันที่….สาย

คำว่า…“รัก”

พูดย ากนัก สักวันจะ “เสียดาย”

คำพูด…มากมาย

อาจเป็นคำสุดท้าย…ที่ได้ยิน

หลายครั้ง ที่เรามองข้ามคนใกล้

จนวันหนึ่ง…เค้าหายไป ถึงได้รู้ว่า

ที่ผ่านมาเราน่าอิ จ ฉ า ไหนที่ได้หัวใจเค้ามา

เพราะรักไม่เป็น …จึงเป็นทุกข์ บทความธรรมะดี

ข้อความดีจาก แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต

อย่ากลัวความรักไปเลย ถ้า “รักเป็น” คุณก็จะไม่เป็นทุกข์ ใครกำลังหวาดกลัวความรัก อย า กให้อ่ า นบทความต่อไปนี้ค่ะ

ผู้หญิงคนหนึ่ง…แต่งงานเมื่อวันวาเลนไทน์สองปีที่แล้ว

ปีที่ผ่านมา … มีปัญหาระหองระแหงกันมาตลอด

มาปีนี้ … ชีวิตครอบครัวเห็นทีจะไปไม่รอด

เมื่อเดือนที่ผ่านมา…ฝ่ายหญิงเห็นว่า การหย่าร้างน่าจะเป็นทางออกที่ดี … ทั้งที่ยังรัก

แต่ฝ่ายชายกลับไม่ยอม … เหนี่ยวรั้งด้วยการบอกว่าจะปรับปรุงตัว

เธอจึงหาทางออกไม่ได้ ใจหนึ่งก็ยังรัก แต่อีกใจก็เข็ดเหลือเกิน …

ความรักคือความสวยงามค่ะ

เมื่อใดก็ตามที่มีความรัก ชีวิตจะร่าเริงเบิกบาน ย ามใดที่ข า ดรัก จะเห็นว่าจิตใจของเราห่อเหี่ยว

ลองนึกย้อนไปถึงความรู้สึกเมื่อสองปีที่แล้วดูว่า ความรักทำให้คุณและเขา ร่าเริงเบิกบานประการใด จึง ตั ดสินใจใช้ชีวิตร่วมกัน

ความรักมีความเข้าใจเป็นแหล่งพลังงาน หรืออีกนัยหนึ่ง … ความเข้าใจเป็นแหล่งพลังงานของความรัก

ลองมองกลับมาที่ตัวเอง จะเห็นว่า … เวลาที่เรารักใครสักคนหนึ่ง เรามักจะปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำให้คนคนนั้น มีความสุขเพราะเรา

เวลาที่เรารักใครสักคนหนึ่ง เรามักจะดำรงชีวิตของเรา เพื่อคนคนนั้นอย่างเต็มที่

เราจะรั กษ าความสุขในปัจจุบันเพื่อให้คนที่อยู่ข้างหน้าเรามีความสุขไปกับเราด้วย

ถ้าเรารักด้วยความเข้าใจ รักด้วยสติปัญญา … ความรักก็เป็นสิ่งสวยงาม

แต่ถ้าความรักของเราเริ่มต้นอย่างข า ดสติปัญญา … เราจะพบว่าความรักนั้นจะนำมาซึ่งความเจ็บปວด

เวลาที่เรามีความรัก เราต้องฝึกฝนที่จะเข้าใจคนที่เรารักด้วย

ถ้าเรามัวแต่ปรารถนาให้คนที่เรารัก ทำอะไรดั่งใจเรา เราอาจจะทุกข์ก็ได้ แต่ถ้าเรามีโอกาสที่จะพัฒนาสติปัญญาของเรา

แล้วเข้าใจคนที่เรารักอย่างลึกซึ้ง การเข้าใจอย่างลึกซึ้งนี้เอง จะทำให้เรารู้ว่าทำไมเขาจึงเป็นเช่นนั้น

การฝึกมองคนอ ย่า ง นี้ เราจะรู้ว่าความกรุณาของเราที่แผ่ออกไปนั้น เป็นมิติที่เป็นผลพวงแห่งความรัก

แล้วการให้โอกาสคนที่เรารักได้ปรับเปลี่ยนพฤติกຽຽม อย่างคนที่รู้ว่าเราพร้อมที่จะให้โอกาสเขาเสมอนั้น

เป็นหนทางที่ดีที่จะทำให้ความรักของเรายั่งยืน

อย่าคิดที่จะรักแล้วทำให้คนที่เรารักเป็นดั่งใจคุณ

แต่ขอให้คุณมีความสุขที่ได้รัก และพัฒนาชีวิตของคุณให้รักได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่คนที่คุณรักนั้นทำสิ่งที่ผิดพลาด

แล้วก็รู้ว่าความผิดพลาดนั้นจะทำให้สามารถมองหาทางออก ที่จะพัฒนาความรักของคุณและเข า ด้วย

จงพัฒนาสติปัญญาของเราเพื่อรักและมีความสุขที่ได้รัก

โลกนี้จะมีศานติ ถ้าคนบนโลกใบนี้รักกันอย่างมีสติปัญญา

ความรักที่บริสุทธิ์ของคนหนึ่งคน สามารถมีอานิสงส์ที่จะทำให้คนในสังคมของเขามีความสุขได้ด้วย

และความสุขอันเป็นผลจากความรักที่บริสุทธิ์นี้ จะสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมนี้ให้มีศานติได้อย่างมหัศจรรย์ทีเดียว

ความรักไม่ใช่เ รื่ อ งน่ากลัวค่ะ

ฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องเข็ดความรัก เพราะขย าดความทุกข์

รักให้เป็น … ก็ไม่เป็นทุกข์

ความรักไม่ได้ทำให้เราทุกข์ … ความยึดติดที่จะให้เขาเป็นดั่งใจเราต่างหากที่ทำให้ทุกข์

เ รื่ อ งของชีวิตคู่…ถ้าอยู่แล้วทุกข์ก็อย่าอยู่

ถ้าหย่าแล้วทุกข์…ก็อย่าเพิ่งหย่า

เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “อยู่” หรือ “หย่า” แต่ปัญหาอยู่ที่ “ทุกข์” หรือ “ไม่ทุกข์”

ในหลวง มีพระราชสาส์นอำนวยพรสาธารณรัฐสโลวัก-อุชเบกิสถาน

เมื่อวันที่ 1 กันยายน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพรไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสโลวัก ในโอกาสวันรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐสโลวัก ซึ่งตรงกับวันที่ 1 กันยายน 2562 ความว่า

ฯพณฯ นางชูชานา ชาปูโตวา

ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสโลวัก

กรุงบราติสลาวา

ในโอกาสวันรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐสโลวัก ข้าพเจ้าขอส่งคำอำนวยพรและความปรารถนาดีด้วยใจจริง เพื่อท่านประธานาธิบดีมีพลานามัยสมบูรณ์และประสบความสุขสวัสดิ์ ทั้งเพื่อความผาสุกร่มเย็นและความวัฒนาถาวรของประเทศและประชาชนชาวสโลวัก

ข้าพเจ้าเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ประเทศของเราทั้งสองจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อสร้างเสริมสัมพันธไมตรีและความร่วมมือที่มีอยู่ให้กระชับแน่นแฟ้น เพื่อประโยชน์สุขร่วมกัน ของประชาชนทั้งสองฝ่าย

วันเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ส่งข้อความพระราชสาส์นอำนวยพรไปยังประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอุซเบกิสถาน ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐอุซเบกิสถาน ซึ่งตรงกับวันที่ 1 กันยายน 2562 ความว่า

ฯพณฯ นายชัฟคัต มีร์ซีโยเยฟ

ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอุชเบกิสถาน

กรุงทาชเดนต์

ในโอกาสวันเอกราชของสาธารณรัฐอุชเบกิสถาน ข้าพเจ้าขอส่งคำอำนวยพร และความปรารถนาดีด้วยใจจริง เพื่อท่านประธานาธิบดีมีพลานามัยสมบูรณ์และประสบความสุขสวัสดิ์ ทั้งเพื่อความเจริญก้าวหน้าและความรุ่งเรืองไพบูลย์ของประเทศและประชาชนชาวอุชเบกิสถาน

ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า สัมพันธไมตรีอันใกล้ชิดและความร่วมมือที่มีอยู่ระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐอุชเบกิสถานจะเจริญงอกงามและกระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นไปในภายภาคหน้า

(พระปรมาภิไธย) มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

อ่ า นไปคิดไป คนเรานั้นจะมีเวลาอยู่ด้วยกันซักกี่วัน

ถ้าหากจะไปค้างสักคืนหนึ่ง แม่ไม่ ค่ อย ส บ าย คุณจะ ขั บ รถไปส่งฉันหน่อยได้ไหม ฝนตกหนักแบ บนี้ ไปรถโดยสารไม่สะดวกเลย

สามี ซึ่งหน้าตา บู ด บึ้งมาตั้งแต่เช้า ไม่ตอบภรรย า แต่กลับ ก ร ะ ช า ก เสียงถามกลับไปว่า เมื่อวาน เธอซื้อเสื้อใหม่มาใช่ไหมเธอรับปากฉันแล้วนะว่าจะไม่ใช่เงินฟุ่มเฟือยเรายังต้อง ผ่ อ น บ้าน ผ่ อ น รถ ส่งลูกเรียน ค่าใช้จ่ายเยอะแยะ ทำไมไม่ช่วยกันประหยัด

ภรรย า พูดออกมาเสียงเบา อย่างคนรู้สึกผิดว่า ที่แท้ คุณโ ก ร ธ เ รื่ อ งนี้นี่เอง ภรรย า ก้มหน้าจัดเสื้อผ้าเงียบ แล้วบอกสามีว่า วันนี้ มีรถโดยสารเข้าเมือง เที่ยวเดียว ฉันคงต้องรีบไปแล้วหละ คุณไม่ต้องไปส่งก็ได้ แล้วเธอก็ออกบ้านไป โดยสามีไม่สนใจเลย เพราะยัง โ ก ร ธ อยู่มาก

ประมาณครึ่ง ชั่ วโมงผ่านไป สามีได้ยินเสียงเอะอะ บนถนน จึงออกไปดู แล้วจึงได้ยินผู้คนตะโกนกันว่า ฝนที่ตกหนัก เซ าะ ต ลิ่ ง จนสะพานเข้าเมืองได้ ข า ด ลง มีรถเมล์คันหนึ่ง ตก ลง ไปในน้ำด้วยสามีได้ยินดังนั้น ตก ใจ มาก กระ โดด ออกจากบ้านไปทันที

เมื่อไปถึงแม่น้ำ รถเมล์ที่ถูกเก็บกู้จากน้ำ เหลือเพียงซากเหล็ก สัมภาระกระเป๋าต่าง ของผู้โดยสารกระจัด กระ จาย มีการหาม ร่ า ง ของ ผู้ เ สี ย ชี วิ ต คนแล้วคนเล่า ขึ้นมาจากแม่น้ำชายหนุ่ม เฝ้ามองหาภรรย า ก็ไม่พบ ก็เ สีย ใจ เ จี ย น สิ้ น สติ

เฝ้าถามหน่วย กู้ ภั ย ที่ทำงานอยู่ ว่า เห็นภรรย าผมบ้างไหม เธอใส่เสื้อ สี แ ดง กางเกงสีดำ ทุกคนส่ายหน้า บอกว่าไม่เห็น

เวลาผ่านไปจนเกือบเย็น กู้ ภั ย หยุดการทำงาน เพราะไม่มี ผู้ เ สี ย ชี วิ ต ที่หาพบแล้ว จึงบอกชายหนุ่มว่า หั ก ห้ามใจเถอะนะ ภรรย าคุณ คงโดนน้ำ พั ดไปไกลแล้ว

ชายหนุ่มเดินกลับบ้าน เหมือนคนไม่มี วิ ญ ญ า ณ ร้ อ ง ไห้ไป คร่ำ ค รวญ ไปตลอดทาง ในใจของเขา เฝ้าแต่ ค ร่ำ ค ร ว ญ ว่า ทำไม เราไม่ขับรถไปส่งเธอนะ เราไป ด่ า เธอทำไมว่าใช้เงินฟุ่มเฟือย เสื้อตัวเดียว มันจะราคาเท่าไหร่กัน

แต่เมื่อกลับถึงบ้าน คาดไม่ถึงว่าภรรย ากลับนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร มีอาหารอยู่บนโต๊ะ ในมือเธอ มีเสื้อกันหนาวเก่าตัวหนึ่ง ซึ่งเธอกำลัง เ ย็ บ ซ่ อ ม ชายเสื้อที่ รุ่ ย อยู่

คุณไปไหนมาคะ ภรรย ายังพูดไม่ทันจบ สามีก็ตรงเข้าไปกอดเธอจนแน่น

คุณเป็นอะไร ร้ อ ง ไ ห้ ทำไม วันนี้ ฉันมัวเอาเสื้อไปคืนที่ร้าน เสียเวลาอ้อนวอนให้เขารับคืนไปมาก เลยไปขึ้นรถเมล์ไม่ทัน อากาศจะหนาวแล้ว ฉันเลยรื้อเสื้อเก่ามาซ่อม ก็พอใส่ได้อีกหลายปีนะคะ ฉันนี่ แ ย่ จริง ของเก่าก็ยังมี ไปซื้อของใหม่มาทำไม

เ รื่ อ งบางเ รื่ อ ง เรา โ ก รธ จนลืมไปว่า มันไม่สำคัญเทียบเท่ากับ ความสุข ของเราเลยนะ เ รื่ อ งบางเ รื่ อ ง ไม่สำคัญเท่ากับ ความสุข ของคนที่เรารัก เรามีเวลาในโลกนี้ จำกัด เวลาที่ใช้ร่วมกัน ยิ่งจำกัด อะไรที่ไม่สำคัญมากพอ ก็อย่านำมาเป็นอารมณ์มากมายนักเลย คลั่งกับเ รื่ อ งเล็กน้อยไปไย

ขอบคุณแหล่งที่มา dekwat999

วาสนาดี ที่คุณมี จงอย่าทิ้งขว้าง

จงอย่าทิ้ง วาสนาดี ที่คุณมี

อะไรคือ “ วาสนา ”

1. มีผู้รู้ เป็นมิตรสหาย

2. ทำผิด มีกัลย าณมิตรคอยตักเต ือน

3. ไม่มีศัตรู คู่อา ฆ า ต

4. ไม่ร่ำຣวຢ แต่ ไม่ขัดสน

5. ที่บ้าน ไม่มีคนป่ ว ย

6. พ่อแม่ลูก อยู่พร้อมหน้า

7. ไม่มีญาติ ที่ถูกขังใน คุ ก

8. อยู่ในกลุ่ม ไม่มีทุรชน

9. ข้างกาย ไม่มีคนเ ล ว

10. ทำการใด มีผู้อุปถัมภ์

ชีวิตคนเราไม่ได้ง่ายเหมือนในละคร

อย่าหัวเราะเย าะคนอื่น

เพราะต่างคนต่างก็มีสิ่งที่ต้องข้ามผ่าน

ในความง่ายของเรา

เขากลับมองเป็นเ รื่ อ งย าก

ในความย ากของเรา

เขากลับมองเป็นเ รื่ อ งง่าย

คนที่โดดเด่นเป็นสง่าในปัจจุบัน

เบื้องหลัง เขาเหล่านั้น…

ต้องหวานอมขมกลืนมาสักเท่าไหร่

ต่อให้ดูเหมือนมีความสุข และมีวาสนา

ในจิตใจของเขา อาจมีสิ่งที่ย ากจะอธิบายให้ใครฟังได้

ไม่ว่าเป็นชีวิตของใคร ต่างก็ไม่ได้ง่ายเลย

หัวเราะเย าะคนอื่น ก็เหมือนหัวเราะเย าะตัวเอง

เคารพคนอื่น ก็คือการเคารพตัวเอง

ชีวิตใครเพียบพร้อมสมบูรณ์

ชีวิตใครไม่เคยเหน็บหนาว

ใครรับประกันว่าชีวิตนี้จะสมหวังเสมอไป

เป็นมนุษย์ ควรมีความจริงใจ มีไมตรี

คนเรา มีชีวิตเพื่อพิสูจน์ตัวเอง

อย่าหวังให้ใครมาเข้าใจตัวเรา

เพราะบางครั้ง แม้แต่ตัวเรา

ก็ยังไม่เข้าใจตัวเราเองเลย

ในย ามทุกข์ ในย ามเหนื่อยล้า

จงรู้จักปลอบตัวเอง

ต่อให้ไม่มีใครรัก ก็ต้องเข้มแข็ง

ไม่มีใครปรบมือให้ ก็ต้องยืดอกแสดงให้เต็มที่

ไม่มีใครชื่นชม ก็ต้องรั กษ าความดีงามนั้นไว้

ย ามกลัดกลุ้ม ต้องรู้จักหาความสุข

อย่าทิ้งวาสนาที่มี

ย ามวุ่นวาย ต้องรู้จักพักผ่อน

อย่าทิ้งสุขภาพที่แข็งแรง

ย ามเหนื่อย ต้องรู้จักวางมือ อย่าทิ้งความสุข

บุพเพฯ ไม่ใช่เ รื่ อ งบังเอิญ แต่ต้องมีใจต่อกัน

มิตรสหาย ไม่ใช่คบตามอำเภอใจ

แต่ต้องศรัทธาต่อกัน

ความรัก ไม่ใช่ละคร แต่ต้องรู้ถนอมรั กษ าต่อกัน

รู้จัก ไม่ใช่ความแปลกใหม่ แต่ต้องจริงใจต่อกัน

เข้าใจ ไม่ใช่ยังไงก็ได้ แต่ต้องซื่อสัตย์ต่อกัน

ความจริงใจไร้ภาษา อยู่ที่รู้ถนอม อยู่ที่ใจจริง

คนเรานี้หนอ …

ต่อให้เก่งกล้า ก็ต้องพึ่งอาชาฝีเท้าดี

ต่อให้สละอุทิศ ก็ต้องอยู่ว่าใครรู้สำนึกคุณ

ต่อให้จริงใจ ก็ต้องถูกที่ถูกคน

ต่อให้สุภาพนอบน้อม ก็ต้องอยู่ที่คนรู้คุณค่า

ขอเต ือนผู้ที่แล้งน้ำใจดั่งบัวแล้งน้ำทั้งหลาย

จงรู้ไว้ใจอีกสักหน่อย จงรู้ถนอมอีกสักหน่อย

ที่ทำดีกับคุณก็เพราะใส่ใจ มิใช่ติดหนี้คุณ

อย่ารอจนถึงวันหนึ่ง เขาจากไปอย่างไม่มีวันหันกลับมาอีก

จึงรู้ค่าเมื่อได้สูญเสีย

ไม่ว่าจะเป็นญาติ มิตร คู่ชีวิตก็ดี

ความจริงใจย ากได้มา

คนรู้ใจ…ย ากพบเจอ

ถนอมรั กษ าคนที่อยู่ตรงหน้าคุณไว้เถิด

คนที่เลี้ยงข้าวมื้อเย็นคุณมีมาก

คนที่ซื้อข้าวมื้อเช้าให้คุณมีน้อย

คนที่เลี้ยงเหล้าคุณมีมาก

คนที่ดูแลคุณย ามเมามีน้อย

คนถามไถ่ย ามคุณเจ็บป่ ว ยมีมาก

คนที่ซื้อย าพาคุณไปหาหมอมีน้อย

คนที่ชอบคุณเอาใจคุณมีมาก

คนที่ดีกับคุณสม่ำเสมอตั้งแต่ต้นจนจบมีน้อย

คนที่ถามไถ่ทุกข์สุขมีมาก

คนที่อุปถัมภ์ค้ำจุนมีน้อย

คนที่พูดคำโตโออวดมีมาก

คนที่ช่วยเหลือย ามย ากมีน้อย

หากคุณมีคนเหล่านี้อยู่ข้างกาย

ถนอมรั กษ าเขาเหล่านั้นไว้ อย่าให้หลุดมือ

ทางเส้นหนึ่ง เดินมาตั้งนาน

เมื่อรู้ว่าเดินไปก็ไร้ความหมาย จงเปลี่ยนทิศทาง

เ รื่ อ งหนึ่ง คิดมาตั้งนาน

แต่ก็ยังเป็นปมแก้ไม่หาย จงคลายใจวางลง

คนบางคน คบมาตั้งนาน

แต่ไม่เคยได้ความจริงใจ จงเลิกคบแล้วเดินจากไป

หากสิ่งที่ยึดมั่น ถือไว้เป็นเวลานาน

Mindset คนมี 2 ແบบ ของท่านเองคือแບบใດ

เรามาทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนนะคะ คำว่า Mindset ก็คืออะไร  

  • ความคิดที่อยู่ในจิตใต้สำนึก ซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล (ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และเรื่องราวที่แต่ละคนได้ผ่านมาในชีวิต) โดย Mindset จะส่งผลต่อการตัดสินใจ และพฤติกรรมของเราที่มีต่อเรื่องต่างๆ

จุดประสงค์ของบทความนี้คือ ต้องการให้ทราบว่า คนสำเร็จและคนไม่เสร็จในชีวิต มักมี mindset ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง มาลองดูว่าต่างกันอย่างไรบ้าง

คนที่มี Mindset แบบ Fixed Mindset มักจะคิดว่าความสำเร็จเป็นเ รื่ อ งของคนเก่ง และคนฉลาดเท่านั้น เวลาเขาเจอกับปัญหา ความท้าทาย ความล้มเหลว ก็มักจะยอมแพ้ ไม่สู้ต่อ ไม่พย าย ามก้าวข้าม

คนที่มี Mindset แบบ Growth Mindset มักจะคิดว่า ความสำเร็จ เป็นเ รื่ อ งของการเรียนรู้ การพย าย าม และการฝึกฝน เวลาเจอปัญหา เจอความท้าทาย เจอความล้มเหลว ก็มักจะหาทางก้าวข้าม หาทางเอาชนะ ถึงแม้วันนี้เขาอาจยังไม่สำเร็จ แต่ก็รู้ตัวเสมอว่าหากเรียนรู้มากพอ ก็อาจสำเร็จได้ในอนาคต

วิธีฝึกเป็นคนมี Growth mindset

1. ทบทวนตัวเอง ทบทวนผลลัพธ์ และเป้าหมายที่ต้องการอย่างแท้จริง

2. หา Role Model หาต้นแบบ หาไอดอล และหาสิ่งแวดล้อมที่เป็น Growth mindset วิธีการง่าย ทำได้เองทุก วัน คือตอนตื่นเช้า ให้เปิดเฟสหาบทความดี อ่ า น1 บทความ

3. ฝึกให้กำลังใจตัวเองบ่อย เราทำได้ เราเปลี่ยนแปลงได้ เราทำได้ เราประสบความสำเร็จ(ในสิ่งที่ต้องการ)ได้ พูดแบ บนี้กับตัวเองทุกวัน เป็นประจำ

4. สร้าง Small Win ให้ได้ทุกวัน เช่น พับผ้าห่มตอนเช้า

สรุป Growth mindset คือ แรงขับเคลื่อนในการพัฒนาทัศนคติและความสามารถของเราให้เติบโตขึ้น ดีขึ้นกว่าเก่านั่นเอง

ขอบคุณผู้เล่าเรื่อง  หมอชนันท์ โดยอ้างอิงจากหนังสือ  Mindset ใช้ความคิดเอาชนะโชคชะตา

 

ใช้ชีวิต ตอนวัยทองให้มีความสุข

ม.ร.ว. คึกฤnธิ์ ปราโมช ตอนอายุได้ 74 ปี เขียน “ชรากถา” น่าคิด กฏของการใช้ชีวิตในวัยทองอย่างมีความสุข

1 อาศัยอยู่ในบ้านของตัวเองอย่างเป็นส่วนตัว และเป็นอิสระ

2 ถือครองเงินฝากธนาคาร และทรัพย์ไว้กับตัวเอง

3 อย่าไปคาดหวังว่า ลูกเต้าจะดูแลตอนแก่

4 หาเพื่อนเพิ่มคบทุกวัย

5 อย่าเปรียบตัวเองกับคนอื่น

6 อย่าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตลูก

7 อย่าเอาความชรามาเป็นข้ออ้าง เพื่อเรียกร้องความเคารพนับถือและความสนใจ

8 ให้สวดมนต์แต่อย่าร้องขอจากพระ

9 ให้ฟังเสียงผู้อื่นแต่ให้วิเคราะห์และปฏิบัติตามที่คิดอย่างอิสระ

10 ข้อสุดท้ายอย่าเพิ่ง ต า -ย

“Secret of old age”30 ข้อ สำหรับผู้เข้าสู่วัยชรา

1 อย่ากลัวความแก่

2 อย่าเสียใจที่แก่

3 รีบหาความสุขเมื่อยังมีความสามารถ

4 อย่ารอหาความสุขก่อนจะเสียดายภายหลัง

5 รีบไปเที่ยวตามสถานที่ อย า กไป

6 หาเวลาเจอเพื่อนเก่า

7 เงินที่เก็บไว้ในธนาคาร ต า ยแล้วเอาไปไม่ได้

8 สังสรรค์กับเขาเพราะเวลาเหลือน้อย

9 ใช้เงินหาความสุขเมื่อยังมีชีวิต

10 อย า กกินอะไรที่ชอบก็กิน

11 หลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

12 กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ

13 การ เ จ็ บ ป่ ว ย เป็นเ รื่ อ งธรรมดา

14 อย่าวิตกกลัวกับความ เ จ็ บ ป่ ว ย

15 ทุกคนต้องผ่านการเกิດแก่ เ จ็ บ ต า ยเป็นธรรมดา

16 ถ้าวิตกเ รื่ อ งแก่ เ จ็ บ ต า ยแล้วมีความสุขก็ให้วิตกไปเถิด

17 รีบจัดการปัญหาเสียก่อนต า ย

18 ปล่อยให้หมอดูแลสุขภาพ พระเจ้าดูแลชีวิต และตนเองดูแลอารมณ์

19 อย่ากังวลกับลูกหลาน พวกเขาช่วยตัวเองได้

20 สนใจดูแลสุขภาพของตัวเองให้มากขึ้น

21 สนใจดูแลคู่ชีวิตที่ชราด้วยกันให้มากขึ้น

22 เก็บเงินเกษียณไว้กับตัวเอง

23 พบเพื่อนเก่าให้บ่อยมากขึ้น เพราะเวลาเหลือน้อยลง

24 ยิ้มให้ตนเองและคนอื่นทุกวัน

25 ทำชีวิตให้มีความสุข

26 ถ้าอย า กร้องไห้ก็ร้องให้ดัง ไปเลย

27 ความหวังสิ้นสุด ถ้าหยุดความเชื่อ

28 ความรักจะสิ้นสุด ถ้าหยุดใส่ใจ

29 ชีวิตจะสิ้นสุข ถ้าหยุดยิ้ม

30 มิตรภาพจะสิ้นสุด ถ้าหยุดแบ่งปัน…

ขอให้โชคดี มีอายุยั่งยืน

ขอบคุณแหล่งที่มา  rugyim dot com